 |
 |
|
จากช่องเม็ก ด่านพรมแดน
ของไทยซึ่งอยู่ในเขตอำเภอสิรินธร
จังหวัดอุบลราชธานีออกเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันวันออกโดยถนนลาดยางประมาณ
45 กิโลเมตร
ก็จะถึงเมืองปากเซและเป็นที่ตั้งแขวงจำปาสักด้วยที่นี้มีโรงแรม
ที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าของฝาก
สิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวครบครัน ใช้เป็นจุดพัก
ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ พื้นที่แขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นแขวงที่ |
 |
|
|
สำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ถ้าจะท่องเที่ยวสบายไม่รีบร้อนควรใช้เวลาอย่างน้อย
3 วัน 2 คืน จะเหมาะที่สุด
เส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยวกัน ได้แก่ |
|
 |
เส้นทางที่ 1จากเมืองปากเซ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 13
ไปทางทิศใต้ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 30
เลี้ยวขวาประมาณ 3 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำโขงโดยแพ เดินทางผ่านเมืองเก่า
จำปาสักไปไม่นานก็จะถึง ปราสาทวัดพู
ซึ่งเป็นสำถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแหล่งอารยธรรมโบราณต่าง ๆ
ในอาณาจักรเจนละ |
|
|
พุทธศตวรรษที่ 11 - 13 สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ
รูปลักษณ์อันแปลกประหลาดของพูป่าสัก
ที่สูงเสียดฟ้าคล้ายชะเงี้ยมผาชะลูดผู้ที่พบเห็นต่างก็ต่างก็จินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆกันไป
นอกจากนี้ยังพบน้ำพระบาทผุดขึ้นมาจากตาน้ำตรงบริเวณปากถ้ำใกล้ ๆ
กับตอนบนสุดของปราสาท ไหลออกมาเป็นลำธาร นอกเขตมีบาราย (สระน้ำ)
ขนาดใหญ่สมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำในพิธีกรรมต่าง ๆ
ตรงบริเวณใกล้เชิงเขา ภูมิประเทศจะเป็นทะเลสาบตื้น ๆ
แต่มีอาณาเขตกว้างขวางมาก ถัดจากทะเลสาบเป็นลานดินยาวไปถึงเชิงเขา
เป็นส่วนหนึ่งของเมืองในอดีต มีร่องรอยแนวคันดิน
ซากสิ่งปลูกสร้างหลงเหลืออยู่ บันไดทางขึ้นที่ตัดในแนวตะวันออก -
ตะวันตกจะทอดผ่านสระน้ำรูปสี่เหลี่ยม 2 แห่ง ตรงขึ้นไปสูชาลา (ทางเดิน)
ชั้นกลางมีปรางค์ 2 หลัง ขนาบอยู่ทั้งสองข้าง
สังเกตจากภาพสลักเชื่อกันว่าปรางค์ทางขวามือเป็นสถานที่บวงสรวงบูชาสำหรับบุรุษ
ส่วนทางซ้ายเป็นสถานที่บวงสรวงบูชาสำหรับสตรี
แยกออกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน ทางเดินขึ้นจะทอดผ่านสิ่งปลูกสร้างหลายหลัง
ซึ่งมีสภาพปรักหักพังจนไม่เห็นว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์อะไร
ทางขวามือห่างไปอีก 10 เมตร มีหินสลัก
สัญลักษณ์แห่งสตรีเพศและความอุดมสมบูรณ์แห่งศาสนาฮินดู
ซึ่งยังมีชาวลาวที่นับถือศาสนาฮินดู นำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาจำนวนมาก
ปัจจุบันปราสาทวัดพู
ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 2 ของลาว |
|
หลักกิโลเมตรที่ 67 จะถึงบ้านห้วยแม่สังข์
นักท่องเที่ยวจะจอดรถพักริมทางเข้าห้องน้ำ ซื้ออาหารว่าง ของป่า เช่น
เนื้อกวางตากแห้ง นกกระจอกย่าง ไก่ย่าง กล้วยปิ้ง
จากชาวบ้านละแวกนั้นทั้งสองข้างทาง |
|
หลักกิโลเมตรที่ 126 มีท่าเรือข้ามฟากไป ดอนโขง
เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เจริญที่สุดมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มีวิลล่ารีสอร์ทในยุคอาณานิคมของฝรั่งเศสที่ได้รับการซ่อมแซมใหม่
เปิดบริการให้กับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง
รวมทั้งมีร้านอาหารจีนริมน้ำโขงและมีถนนลูกรังตัดไปรอบๆ เกาะ
จักรยานจึงเป็นพาหนะที่เหมาะสมที่สุดในการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ
ที่น่าสนใจ ซึ่งเรียงรายอยู่หลายแห่งบนเกาะ เช่น วัดพวงแก้ว
อยู่หลังโรงแรมศาลาดอนโขง
มีพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่มากอยู่ในพระอุโบสถ วัดจอมทอง
เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเขตดอนโขง
และต้องการปัจจัยเพื่อบูรณะซ่อมแซม
นักท่องเที่ยวที่มาอยู่หลายวันจะพักค้างคืนกันที่เมืองโขง
ซึ่งได้ชื่อว่ามีบรรยากาศโรแมนติกและน่ารื่นรมย์มาก
เป็นประตูผ่านไปสู่เกาะแก่งต่าง ๆ ทางตอนใต้อีกด้วย
ในการยึดครองอินโดจีนของฝรั่งเศส
ต้องอาศัยการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพเพื่อการขนถ่ายสินค้าอุปโภค
บริโภค และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ
การเดินทางที่สะดวกที่สุดมีเพียงทางเดียวคือ แม่น้ำโขง
ทำให้บริษัทเดินเรือในแม่น้ำโขงในยุคนั้นได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากในการสำรวจแม่น้ำโขงอย่างละเอียด
โดยเริ่มต้นจากระยะทางกิโลเมตรที่ 0 จากเมืองไซง่อน (โฮจิมินห์ซิตี้)
ในเวียดนามไหล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงเมืองเวียงจันทร์
โดยสร้างเสาทำด้วยปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ไว้
เพื่อบอกทิศทางการเดินเรือที่ถูกต้องไม่ให้เรือชนกับแก่งหินในแม่น้ำโขง
จะเห็นได้ชัดหน้าแล้ง
แต่ในเมื่อน้ำหลากจะจมอยู่ใต้น้ำเสียเป็นส่วนมาก |
|
|
 |
หลักกิโลเมตรที่ 144 มีทางแยกเลี้ยวขวาไปริมแม่น้ำโขง (บ้านนากะสัง)
นั่งเรือหางยาวล่องแม่น้ำโขงผ่านเกาะแก่งเล็ก ๆ อีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถึง
ดอนเดช ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง
มีประชากรตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่มาช้านานแล้ว เดินทางต่ออีกประมาณ 1
กิโลเมตร โดยรถรับจ้างของชาวบ้าน ถึง ดอนคอน พบวิลล่ายุคอาณานิคม 2 - 3
หลัง ตั้งอยู่กลางดงไม้
ระหว่างทางอาจแวะชมเส้นทางขวามือตัดตรงเข้ามายังเส้นทางซากรถไฟที่ฝรั่งเศสสร้าง
และหัวรถจักรไอน้ำที่เคยใช้งานในช่วงทศวรรษที่ 20 มุ่งหน้าต่อไปอีก 1
กิโลเมตร จะพบ น้ำตกหลี่ผี
ตั้งอยู่ในเขตดอนคอน หลี่ผี เป็นภาษาลาว หลี่
หมายถึง
เครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่งคล้ายลอบ ส่วนคำว่า ผี
คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งบริเวณน้ำตกหลี่ผีนี้จะมีน้ำไหลบ่าไปตามพื้นที่ราบบนหินแบน
ๆ แล้วไหลตกลงมาตรงช่องซอกเขาที่แตกแยกออกจากกัน
กระแสน้ำสีเขียวเข้มในหน้าแล้ง หรือสีเขียวขุ่นในหน้าน้ำหลากผสมกับสีขาว
จากการแตกฟองของน้ำและตกลงเบื้องล่าง ไหลวิ่งไหล่กันไปเรื่อย ๆ
ในรอยแยกของซอกเขาเป็นทางไกลลิบลับ จุดที่พบศพ (ผี)
นั้นเป็นศพของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งไหลตามน้ำมารวมกันตรงแอ่งหินใหญ่ตรงกลางตรงกลางของผาตรงนั้น
น้ำจะวนไปมาแล้วจะล้นตกลงไปอีกตอนหนึ่งในระดับล่าง
ทำให้ศพเหล่านั้นลอยมาติดในหลี่จับปลารวมกันมากมายในบริเวณนั้น จึงเรียก
หลี่ผี |
|
 |
หลักกิโลเมตรที่ 150 ของทางหลวงหมายเลข 13 เลี้ยวขวาประมาณ 2
กิโลเมตร ถึงอุทยานแห่งชาติเมืองโขง
จะได้ยินเสียงน้ำตกดังแต่ไกลก่อนที่จะถึงน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเขตแม่น้ำโขงตอนล่าง
ที่ได้รับสมญานามว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย คือ น้ำตกคอนพะเพ็ง
เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตแม่น้ำโขงตอนล่างอยู่บนแก่งหินขนาดมหึมาที่กั้นทางเดินของลำน้ำโขงทั้งสาย
มีความต่างกันระดับความสูง 10 เมตรเศษ แม้จะ |
|
|
ไม่สูงนักแต่กระแสน้ำยิ่งใหญ่และรุนแรงด้วย
แม่น้ำโขงทั้งสายไหลแยกมาเป็นหลายสาย ถ้าหากเป็นน้ำตกก็นับเป็นร้อยสาย
เพราะแรงดันของน้ำจำนวนมหาศาลที่โถมกระหน่ำราวกับจะถล่มทลายแก่งหินอย่างดุดันกราดเกรี้ยว
สร้างความประทับใจแก่ผู้ได้พบเห็น สมคำล่ำลือที่ยกย่องให้เป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย
ความอลังการแห่งสายน้ำ ทั้งกระโจน บิดตัว ปะทะ พลุ่งพล่านและกระจาย
ก่อให้เกิดละอองไอน้ำแทรกตัวอยู่แทบทุกอณูของบรรยากาศ
ภาพของน้ำตกที่น่าตื่นตาตื่นใจจะมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากศาลาที่สร้างเอาไว้ข้างบนเหนือบริเวณน้ำตกจาก
3 ระดับ 3 ด้าน ที่ไหลถาโถมลงมารวมกันพอดี
บรรดาชาวประมงมักยอมเสี่ยงอันตรายปีนบันไดไม้ไผ่ออกไปวางเบ็ดตกปลากันในบริเวณนี้เสมอ
รวมทั้งมีนกกินปลามาโฉบลงน้ำจับปลาตัวเล็กเป็นอาหารกันหนาแน่นมากในบริเวณน้ำตกยังมีร้านขายไก่ย่าง
ข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาเผา แกล้มเบียร์จำหน่ายพร้อมสรรพ
บรรยากาศน่านั่งรับประทานอาหารยิ่งนัก |
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 13
เส้นทางปากเซ - บ้านเวินคาม ระยะทางประมาณ 158 กิโลเมตร แยกขวาอีก 3
กิโลเมตร ถึงบ้านเวินคามชายแดนลาว - กัมพูชา นั่งเรือประมาณ 30 นาที
ชมปลาโลมาน้ำจืดกว่า 50 ตัว (โลมาอิรวดี) ส่วนใหญ่อยู่กันเป็นฝูง
แม่น้ำโขงช่วงนี้จะมีความกว้างประมาณ 12 กิโลเมตร มีเกาะแก่งมากมายประมาณ
4,000 เกาะ ซึ่งอาจเป็นที่มาของ มหานทีสี่พันดอน หรือ ศรีพันดอน
เป็นเขตที่มีธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบชนบทที่งดงาม
ในช่วงนี้แม่น้ำโขงจะมีความกว้างที่สุดในฤดูน้ำหลากจะวัดความกว้างได้ถึง
12 กิโลเมตร และเมื่อน้ำลดเกาะแก่งเล็ก ๆ ก็จะผุดขึ้นมามากมาย
จนทำให้ได้ชื่อว่า สี่พันดอน คนไทยจะเรียกว่า
ศรีพันดอน ขากลับแวะชมตลาดเย็นที่บ้านหลักกิโลเมตรที่ 14 ชมเฝ่าต่าง
ๆ ขายของสด อาหารป่า ผักป่า ผักพื้นบ้าน
สัตว์พื้นบ้านจากท้องนาท้องทุ่งมากมาย |
เส้นทางที่
2 เส้นทางปากเซ - ปากช่อง |
|
เดินทางไปถึงหลักกิโลเมตรที่
38 เลี้ยวขวาประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงน้ำตกตาดฟาน
ซึ่งบริเวณน้ำตกมีรีสอร์ท แห่งหนึ่งชื่อว่า
ตาดฟานรีสอร์ท เจ้าของเป็นคนไทยได้รับสัมปทาน ชื่อ คุณกฤษณา
หาระสา ท่านผู้อ่านที่เป็นหนอนหนังสือในอดีตเมื่อ 20
ปีที่แล้วคงคุ้นเคยกับนามปากกา กระดาษแก้ว
ของเธอดี ตาดฟานรีสอร์ท รีสอร์ทเล็ก ๆ น่ารักสไตล์ใกล้เคียงกับธรรมชาติ
จำนวนห้องพักทั้งหมด 13 ห้อง ราคาตั้งแต่ 800 - 1,300 บาท
ถ้ามีเวลาในการเดินทางเหลือพอควรจะพักค้างแรม
ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงพระจันทร์วันเพ็ญ
ดวงดาวเต็มท้องฟ้าด้วยบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกเลยจริง ๆ
ก่อนถึงทางแยกเข้าน้ำตกตาดฟาน
มีไร่กาแฟที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะชิมกาแฟสด ชา
และซื้อกลับบ้านเป็นของฝากได้ |
|
เลยทางแยกเข้าน้ำตกตาดฟานไปไม่ไกลจะมีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าไปยังน้ำตกตาดเยือง
เราจะถึงลำธารของน้ำตกก่อน
จากนั้นจะมีทางไต่ลงไปข้างล้างเพื่อดูจากข้างล่างขึ้นมาเห็นน้ำตกสวยงามมาก
มีละอองน้ำกระเซ็นมากระทบตัวตลอดเวลาที่อยู่ข้างล่างที่นี่มีร้านกาแฟบริการนักท่องเที่ยวด้วย
เลยทางแยกเข้าน้ำตกตาดเยืองไปไม่ไกลจะถึงเมือง ปากซอง หรือ ปากช่อง
เป็นเมืองที่มีตลาดสดขายสินค้าเช่นเดียวกันกับเมืองปากเซ
เมืองปากซองอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200
เมตรนับว่าเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นตลอดปี สามารถปลูกพืชผักเมืองหนาวได้
เหมาะสำหรับมาผักผ่อนสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง |
เส้นทางที่ 3 เส้นทางปากเซ - สาละวัน |
|
เดินทางโดยรถยนต์ตาม
เส้นทางปากเซ - ปากซอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 21
เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 16 แล้วเดินทางต่อไปอีกประมาณ 11
กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเราเลี้ยวซ้ายอีก 2 กิโลเมตร ถึง น้ำตกตาดผาส่วม
จากนั้นเดินทางข้ามสะพานไม้ลวดสลิงระยะทางประมาณ 100 เมตร
ก็จะถึงน้ำตกตาดผาส่วมตั้งอยู่ในเมืองบาเจียงเจริญสุข
แขวงจำปาสัก น้ำตกผาส่วม ตั้งอยู่บนที่ราบโบโลเวนใน
อุทยานแห่งชาติ |
 |
|
|
บาเจียง ซึ่งดั้งเดิม
เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนดินแดนแห่งนี้เคยเป็นถิ่นภูเขาไฟ
และท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ากระแสน้ำทั้งหลั่งไหลลงสู่แท่งหินยักษ์สีดำทะมึน
ซึ่งเกิดจากลาวาที่เย็นตัวแล้วเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ
ธรรมชาติได้นำแท่งหินมาตกแต่งไว้เป็นห้อง ๆ ในภาษาลาว คำว่า
ส่วม มีความหมายว่า
ห้อง และคำว่า ตาด หมายถึง
น้ำตก ดังนั้น น้ำตกตาดผาส่วมจึงหมายถึง
น้ำตกห้อง
ซึ่งตกกับลักษณะของน้ำตกที่มีแท่งหินขนาดยักษ์มีลักษณะคล้ายห้องสำหรับบริเวณโดยรอบของน้ำตกตาด
ผาส่วม ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่
อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน
คนลาวนิยมพาครอบครัวมาท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์
จากบริเวณลานจอดรถหน้าน้ำตกตาดผาส่วนเดินไปอีก 100 เมตร
จะเป็นศูนย์วัฒนธรรมชนเผ่าในอุทยานแห่งชาติบาเจียงแห่งนี้ได้จำลองบ้านชนเผ่าต่าง
ๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ในลาวใต้ เช่น เผ่าละเวน เผ่าอาลัก เผ่ากะตู้
และเผ่าตะโอ้ย โดยการนำครอบครัวชนเผ่าต่าง ๆ อย่างละ 1- 2
ครอบครัวมาดำรงชีวิตอย่างธรรมชาติโดยการทอผ้า ปลูกพืชผัก
ตำข้าวตลอดจนเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ
นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาและสัมผัสวิถีชีวิตตลอดจนความเป็นอยู่จริงๆ
ตามธรรมชาติของชนเผ่าต่างๆ และยังมีบริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบ
Home stay
พักค้างแรมทำกิจกรรมกับบรรดาชนเผ่าต่างๆ ภายในวัฒนธรรมแห่งนี้
ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและอเมริกาเป็นอันมาก
หลังจากเที่ยวชมอย่างจุใจก็เดินทางกลับเมืองปากเซ |
|
เลยทางแยกเข้าน้ำตกผาส่วม
ตามเส้นทางแขวงสาละวันมุ่งหน้าต่อไปอีกจะถึงเมืองเลางาม
เป็นเมืองเล็ก ๆ
เลยจากเมืองเลางามไปไม่ไกลจะมีน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง คือ
น้ำตกลาดเลาะ อยู่ในพื้นที่แขวงสาละวัน บริเวณน้ำตกมีเกสต์เฮาส์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพักอยู่หลายแห่งและมีรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวพักเช่นกัน |
|
นักท่องเที่ยวมีเวลามากกว่า 3
วัน ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกให้เที่ยวกันอีกมากกว่านี้
ซึ่งในตลาดปากเซมีสินค้าแปลก ๆ
ให้เราเดินเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝาก
แต่ส่วนใหญ่เป็นสินค้ามาจากไทย จีน เวียดนาม
เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวลาว ชมสินค้าได้แก่ ผ้าทอ
เครื่องเงิน เป็นต้น ที่ปากเซยังมีร้านอาหารที่อร่อย ๆ หลายร้าน
ฝีมือการปรุงที่มีรสชาติถูกปาก โดยเฉพาะขาหมู
เมื่อพักค้างคืนที่เมืองปากเซแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนของลาว
ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง ท่านจะได้พบบรรยากาศความบันเทิงแบบย้อนยุคหลายปีก่อน
ซึ่งหาได้ยากมากในยุคปัจจุบัน |
|
|
| |
|
จัดทำเมื่อวันที่ 29
ตุลาคม 2548 |
|
|