สวัสดี !
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - ร่วมงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกเมืองฟ้าหยาด  (อ่าน 6296 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อุบลไกด์
Administrator
Sr. Member
*****

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


Webmaster


« เมื่อ: วันที่ 07 มีนาคม 10 เวลา 00:20:49 »

ความเดิมจากตอนที่แล้ว >> ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - นั่งรถรางชมเมืองยโสธร - ย้อนรอยอดีตชุมชนบ้านสิงห์ท่า

ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - ร่วมงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกเมืองฟ้าหยาด

    หลังจากคณะของเรานั่งรถรางชมเมืองยโสธร - ย้อนรอยอดีตชุมชนบ้านสิงห์ท่า กันเป็นที่เรียบร้อย และแล้วก็ถึงช่วงเวลาอันสำคัญ และถือได้ว่าเป็นงานหลักของการเดินทางในครั้งนี้  ในคือการ "ร่วมงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกเมืองฟ้าหยาด"
    คณะชองเราออกเดินทางจากอำเภอเมืองยโสธร ไปตามเส้นทางหมายเลข 23 เพื่อย้อนกลับไปทางอุบลราชธานี แต่เมื่อถึงอำเภอคำเขื่อนแก้ว ก็เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหมายเลข 2083 เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกเมืองฟ้าหยาด



งานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก

           “งานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก” ที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของชุมชนลุ่มน้ำชี แห่งบ้านฟ้าหยาด ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ชาวบ้านจะนำข้าวตอกมาร้อยเป็นมาลัยสายยาวแทน “ดอกมณฑารพ” อันเป็นดอกไม้ทิพย์แห่งสรวงสวรรค์ แล้วจัดขบวนแห่ไปถวายเพื่อเป็นพุทธบูชาเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานที่สืบทอดต่อเนื่องกันมา เฉพาะที่ชุมชนบ้านฟ้าหยาดแห่งนี้ เท่านั้น
            ความเป็นมาของประเพณีแห่มาลัยนี้ มีปรากฏในพระไตรปิฎกส่วนที่ว่าด้วยพระสุตตันตปิฎก บทปรินิพพานสูตร กล่าวคือ ดอกมณฑารพ ซึ่งเป็นดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีความสวยงามและมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เวลาที่ดอกมณฑารพจะบาน หรือร่วงหล่น ก็ต้องมีเหตุการณ์สำคัญๆเท่านั้น คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน จตุรงคสันนิบาต และทรงแสดงพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร ดอกมณฑารพจึงได้ร่วงหล่นลงมายังโลกมนุษย์
           ครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ที่เมืองกุสินารา ดอกมณฑารพ นี้ก็ได้ร่วงหล่นลงมาทั้งก้านและกิ่ง เปรียบเหมือนความเสียอกเสียใจพิไรรำพันต่อการเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงเหล่าพระภิกษุ ผู้ได้ชื่อว่าอรหันตขีนาสพทั้งหลายด้วย หมู่เหล่าข้าราชบริพาร ประชาชนทั้งหลายได้พากันมาถวายสักการะพระบรมศพ อีกทั้งยังได้พากันเก็บนำดอกมณฑารพที่ร่วงหล่นลงมาเพื่อไปสักการบูชา และรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปดอกมณฑารพ ที่เก็บมาสักการะบูชาเริ่มเหี่ยวแห้งและหมดไป
          เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ รวมทั้งเหตุการณ์ในวันสำคัญต่างๆ ชาวพุทธจึงได้พากันนำเอาข้าวตอกมาสักการะบูชา เพราะถือว่าข้าวเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเป็นของสูงที่มนุษย์จะขาดไม่ได้ การจัดข้าวตอกดอกไม้ถวายเป็นพุทธบูชามีจุดเริ่มต้นเมื่อไหร่นั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าแรกๆ จะใส่พานไว้โปรยเวลาพระสงฆ์เทศนา ต่อมาจึงมีการนำมาประดิษฐ์ตกแต่งที่เห็นว่าสวยงาม สืบทอดกันเรื่อยมา จากการตกแต่งมาลัยเพื่อความสวยงามก็พัฒนามาเรื่อยๆจนกลายเป็นการประกวดประชันกัน เมื่อมาลัยร้อยได้สวยงามก็เริ่มมีการแห่แหน ให้เป็นการเป็นงานขึ้นมาด้วย ประกอบพิธีนั้น จนกลายเป็นงานที่ใหญ่ขึ้นมีการฟ้อนรำประกอบขบวน และกลายเป็นประเพณีแห่มาลัยในปัจจุบัน

ชมภาพงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกเมืองฟ้าหยาด ปี 2553 ได้เลยครับ





































แห่ช่อมาลัยข้าวตอกทอดถวาย ณ วัดหอก่อง







นำไปห้อยประดับอย่างสวยงามภายในศาลาทั้งชั้น 1 และชั้น 2







เสร็จสิ้นภาระกิจ คณะของเราก็เดินทางกลับจังหวัดอุบลราชธานี





และที่จะลืมไม่ได้
ขอขอบพระคุณ ผอ. ยุพา ปานรอด ททท. สำนักงานอุบลราชธานี ที่ให้โอกาส "อุบลราชธานีไกด์" ร่วมเดินทางในครั้งนี้
ขอบพระคุณพี่ไพรัช ททท. สำนักงานอุบลราชธานี ผู้ประสานงาน
ชอบพระคุณสำหรับคณะผู้ร่วมเดินทางทุกท่านในน้ำใจไมตรีที่มีให้ตลอดการเดินทางครับ
บันทึกการเข้า

มุ่งมั่น สร้างสรรค์ เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี

mrhengrasmee
สมาชิกใหม่
*

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 13 มีนาคม 10 เวลา 20:54:24 »

ขอบคุณที่นำภาพสวย ๆ มาฝากกันครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: