สวัสดี !
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - นั่งรถรางชมเมืองยโสธร - ย้อนรอยอดีตชุมชนบ้านสิงห์ท่า  (อ่าน 10016 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อุบลไกด์
Administrator
Sr. Member
*****

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


Webmaster


« เมื่อ: วันที่ 06 มีนาคม 10 เวลา 22:30:00 »

ความเดิมจากตอนที่แล้ว >> ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - “วัดอัครเทวดามีคาแอล” โบสถ์คริสต์ไม้หลังใหญ่ที่สุด

ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - นั่งรถรางชมเมืองยโสธร - ย้อนรอยอดีตชุมชนบ้านสิงห์ท่า

      หลังจากเพลิดเพลินกับอาหารมื้อเที่ยง จนอิ่มหนำสำราญกันแล้ว โปรแกรมทัวร์ในภาคบ่ายของเราก็เริ่มขึ้นครับ เป็นรายการนั่งรถรางชมเมืองยโสธร และย้อนรอยอดีตชุมชนบ้านสิงห์ท่า  เมืองเก่าของยโสธร และชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น  วัดมหาธาตุ บ้านทำปลาส้ม-ลอดช่องใบเตย ของฝากขึ้นชื่อของยโสธร ค่ายทำบั้งไฟดัง ตึกแถวโบราณย่ายวัดสิงห์ท่า

แผนเดิม



     แต่เวลาของเราดูท่าทางจะไม่ค่อยมีเสียแล้ว เพราะต้องรีบไปชมประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ที่บ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย ทำให้เราต้องปรับเส้นทางในการย้อนรอยอดีตชุมชนบ้านสิงห์ท่าใหม่ เพื่อให้ทันกับเวลา

แผนใหม่
    


        เริ่มต้นที่วัดมหาธาตุ

        รถนำเที่ยวของเทศบาลเมืองยโสธรมีลักษณะคล้ายรถนำเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ของกรุงเทพมหานคร บรรจุผู้โดยสารได้ 30 คน บนรถมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายถึงแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งที่วิ่งผ่าน (พี่แกบอกว่าเป็นดาราร่วมแสดงในเรื่อง "แหยมยโสธร 2" ด้วยครับ พอกลับถึงบ้านก็เลยเปิดดูอีกรอบ ใช่พี่แกจริงๆ ด้วยซิ)







ตึกเก่าย่านชุมชนบ้านสิงห์ท่า
 
     บ้านเรือนแถบนี้ทั้งหมดมีลักษณะเป็นตึกอิฐดินเหนียว มีรูปแบบศิลปะแบบจีนผสมยุโรปมีบานประตูและหน้าต่างเป็นไม้เนื้อแข็ง ย่านอาคารตึกแถวโบราณ เรียกว่าชุมชนบ้านสิงห์ท่า ตั้งอยู่บนถนนวิทยะธำรงค์ สภาพตึกแถวในย่านนี้มีอายุไม่ต่ำว่า 60 ปี สร้างด้วยไม้และปูน บางแห่งยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก บอกถึงบรรยากาศของความเป็นอดีต ขณะที่อีกหลายแห่งถูกปล่อยให้รกร้างขาดคนอาศัย ทราบว่าชุมชนบ้านสิงห์ท่าเป็นต้นกำเนิดของเมืองยโสธร

     โดยในปี พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯให้ยกบ้านสิงห์ท่าขึ้นเป็นเมือง ชื่อเมืองยโสธร หรือยศสุนทร ให้เจ้าราชวงศ์สิงห์เป็นเจ้าครองเมือง มีราชทินนามว่าพระสุนทรราชวงศา พระราชทานเครื่องยศตามตำแหน่งเจ้าเมืองประเทศราช ให้เมืองยโสธรส่งส่วยบำรุงราชการเป็นของหลวงในกรุงเทพฯ















แวะเข้าวัดศรีธรรมาราม  





   แล้วย้อนกลับวัดมหาธาตุ  ระหว่างทาง ชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำชี บ้านทำปลาส้ม ลอดช่องใบเตย เสียดายว่าผมนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ขาดสมาธิในการถ่ายภาพเลยไม่มีภาพประกอบ







  วัดมหาธาตุ

     ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมือง เป็นวัดคู่ยโสธรมาตั้งแต่สร้างเมือง (บ้านท่าสิงห์เดิม) โบราณสถานที่สำคัญในวัด คือ พระพุทธบุษยรัตน์ พระธาตุยโสธร และหอไตร

พระธาตุยโสธร หรือ พระธาตุอานนท์



     เป็นพระธาตุเก่าแก่ที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน เจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงพรหมสี่หน้า ส่วนยอดคล้ายพระธาตุพนม ภายในพระธาตุบรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์ การก่อสร้างได้รับอิทธิพลศิลปะลาวที่นิยมสร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งตรงกับประวัติการตั้งเมืองและประวัติของวัดมหาธาตุฉบับหนึ่งว่า สร้างราว พ.ศ. 2321 โดยท้าวหน้า ท้าวคำสิงห์ ท้าวคำผา ซึ่งเดิมเป็นเสนาบดีเก่าของกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) ต่อมาได้อพยพผู้คนภายใต้การนำของพระวอ พระตา ราว พ.ศ. 2313 - 2319 มาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่นี้



     ลักษณะพระธาตุ  ฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 81 เมตร สูงสุดยอด 12 วา 2 ศอก ก่ออิฐถือปูนเอวฐานคอดเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงาย เหนือขึ้นไปเป็นเรือนธาตุ มีซุ้ม 4 ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน ส่วนยอดธาตุมียอดปลีเหล็กแซมทั้ง 4 ด้าน ยอดกลางทรงสี่เหลี่ยมสอบ มี 2 ชั้น รูปแบบการก่อสร้างคล้ายกับพระธาตุก่องข้าวน้อย และทางวัดจะจัดให้มีงานสมโภชพระธาตุอานนท์ขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนมีนาคม  




    พระพุทธบุษยรัตน์ หรือ พระแก้วหยดน้ำค้าง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นศิลปะสมัยเชียงแสน ขนาดหน้าตักกว้าง 1.9 นิ้ว เป็นพระบูชาคู่บ้านคู่เมืองของยโสธรที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้พระสุนทรราชวงศาเจ้าเมืองยโสธร คนแรก



หอไตร

      เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลานของวัด ตั้งอยู่กลางสระ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระธาตุ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะแบบหอไตรภาคอีสานทั่วไป มีทางเดินโดยรอบติดกัน ใต้ชายคาบริเวณนี้เป็นที่เก็บรักษาตู้พระธรรม หีบพระธรรม เสลียง ชั้นวางคัมภีร์ ซึ่งนำมาจากเวียงจันทน์ ที่ซุ้มประตูและบานประตูไม้สลักลวดลายเครือเถาลงรักปิดทองอย่างสวยงาม มีลวดลายการตกแต่งฝาผนังซึ่งมีลักษณะผสมแบบภาคกลาง ทำให้กล่าวได้ว่า หอไตรน่าจะสร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ 4 - 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 06 มีนาคม 10 เวลา 22:36:50 โดย อุบลไกด์ » บันทึกการเข้า

มุ่งมั่น สร้างสรรค์ เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: