สวัสดี !
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - “วัดอัครเทวดามีคาแอล” โบสถ์คริสต์ไม้หลังใหญ่ที่สุด  (อ่าน 11072 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อุบลไกด์
Administrator
Sr. Member
*****

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


Webmaster


« เมื่อ: วันที่ 02 มีนาคม 10 เวลา 02:34:52 »

ทัวร์นำร่อง ท่องยโสธร - “วัดอัครเทวดามีคาแอล”  โบสถ์คริสต์ไม้หลังใหญ่ที่สุด

หลังจากละลายทรัพย์ไปกับการอุดหนุนสินต้าประเภท หมอนขิต บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร แล้ว
คณะของเราก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่สองของการเดินทาง นั่นคือ โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย  อ.ไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
เราเดินทางมุ่งสู่ตัวเมืองยโสธร แล้วออกสู่เส้นทางหมายเลข 2169



ระยะทางราว 45 กิโลเมตร จากตัวเมืองยโสธร ก็จะพบป้ายที่เป็นสิ่งแสดงว่า เราต้องเลี้ยวซ้ายออกจากถนนสาย 2169 แล้วล่ะ



เมื่อไปถึงวัดอัครเทวดามีคาแอล มองเห็นห้องน้ำที่ถูกบรรจงสร้างเห็นอย่างสวยงาม ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน ว่าแล้วก็ต้องขอใช้บริการซะหน่อยแล้ว



เหลือบมองไปพบเครื่องทำน้ำเย็นในรูปแบบที่พยายามให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด  ต้องลองแล้วล่ะ



เมื่อได้เวลาอันสมควร คณะของเรา ก็ตรงไปที่โบสถ์ทันทีครับ




โบสถ์ไม้แห่งคริสต์จักรภาคอีสาน
 
      การเดินทางมาจากตัวจังหวัดยโสธรใช้ทางหลวงหมายเลข  2169  อยู่เลย อ.กุดชุม  (แหล่งขายเนื้อวัวและลูกชิ้นดัง มีชื่อเสียง) ไปประมาณ 7-8 กม. จะเห็นป้ายทางซ้ายมือ และซุ้มประตูทางเข้าอยู่ริมถนน  เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 600 เมตร  ก็จะถึงโบสถ์คริสต์แห่งนี้  มีชื่อเต็มๆ  ว่า  “วัดอัครเทวดามีคาแอล”  ที่มีโบสถ์ไม้หลังใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น  ลักษณะรูปทรงทางสถาปัตยกรรมก่อสร้างเป็นโบสถ์ไม้ สร้างด้วยรูปแบบศิลปะผสมผสานระหว่างไทยและตะวันตก ที่สำคัญโบสถ์แห่งนี้นับว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลย ภายในมีการประดับตกแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงาม พื้นแผ่นกระดานสร้างด้วยไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ นอกจากนั้นม้านั่งไม้สามารถจุคนได้หลายร้อยคนเลยทีเดียว เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสร้างความสุขสงบให้แก่กายใจอย่างดียิ่ง 
     กำเนิดของโบสถ์ไม้บ้านซ่งแย่แห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจไม่น้อย    เริ่มจากเมื่อปี  2451  หมู่บ้านที่ตั้งโบสถ์แห่งมีชื่อว่า  บ้านหนองซ่งแย้ (แปลว่าที่อยู่ของแย้)  เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางดงทึบ                                                 
     ประวัติความเป็นมาเริ่มจาก ที่บ้านซ่งแย้  มีชาวบ้าน 5 ครอบครัวที่มาจากคนละทิศคนละทาง ได้อพยพเข้ามาอยู่ใหม่กับชาวบ้านที่อยู่ดั้งเดิม   อยู่กันได้สักระยะหนึ่งก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นครอบครัวผีปลอบ    ถูกชาวบ้านกุ้มรุมทำร้ายและระดมขับไล่ออกจากหมู่บ้าน       ทำให้กลุ่ม 5 ครอบครัวเดือดร้อนอับจนหนทาง จึงเดินทางไปหาบาทหลวงฝรั่งเศส “เดชาแนล” และ ออมโบรซีโอ”  ที่บ้านเซซ่ง  ต.เชียงเพ็ง  อ.ป่าติ้ว  จ.ยโสธร   ให้มาช่วยขับไล่ผีปลอบที่สิงอยู่กับตนและครอบครัว  ซึ่งบาทหลวงทั้งคู่ก็หาวิธีการมาช่วยขับไล่ผีปลอบให้แก่ชาวบ้านจนเหตุการณ์สงบลง  ทั้ง 5 ครอบครัวจึงเข้ารีตเป็นคริสเตียนนิกายโรมันคาทอลิค  ต่อมาหมู่บ้านแห่งนี้จึงกลายเป็นประชาคมชาวคริสต์   
      บาทหลวงทั้ง 2   จึงได้สร้างวัดหนองซ่งแย้ขึ้นมา  ในปี พ.ศ. 2452  โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาลาตินว่า “วัดอัครเทวดามิคาแอล”  ซึ่งเป็นชื่อของนักบุญคนสำคัญ  โดยมีบาทหลวงเดชาแนลเป็นอธิการโบสถ์คนแรก
      เดิมวัดซ่งแย้เป็นเพียงกระต๊อบเล็กๆฝาขัดแตะแต่ต่อมาวัดแห่งนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับโดยโบสถ์คริสต์รุ่นปัจจุบันเป็นโบสถ์หลังที่ 3 ที่มีความน่าสนใจหลายอย่างไล่ไปตั้งแต่เริ่มลงมือก่อสร้างในปี พ.ศ. 2490โดยชาวบ้านแถวนั้นได้ร่วมแรงร่วมใจกันตัดไม้ที่อยู่ในป่าละแวกหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้สัก ไม้จิก ชักลากลำเลียงออกมาจากป่าโดยมีหัวหน้าช่างจากจังหวัดอุบลราชธานีมาเป็นผู้คุมงาน
      จากโบสถ์ไม้หลังแรกเมื่อ 100 ปี  ได้มีการปรับปรุงพัฒนาเรื่อยมาเนื่องจากอายุการใช้งานของไม้ย่อมผุพังไปตามอายุ  โบสถ์คริสไม้หลังใหม่ เริ่มก่อสร้างในปี 2490  ได้ปรับปรุงให้มีช่องแสงประดับกระจกสีสวยงาม จนเสร็จสมบูรณ์และกระทำพิธีเสกวัดเอปี พ.ศ.2497  จนปัจจุบันยังคงมีความโดดเด่นสวยงามแปลกตา  เนื่องจากเป็นโบสถ์คริสต์ที่สร้างด้วยไม้ล้วนๆ   ด้วยความที่โบสถ์วัดซ่งแย้มีความน่าสนใจหลายประการ ทาง ททท.จึงจัดให้โบสถ์วัดซ่งแย้  เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  “UNSEEN in THAILAND ” ประเภทมุมมองใหม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์   ทุกวันและวัดหยุดราชการจึงมีคนเดินทางไปเที่ยวชมความงามที่น่าสนใจของโบสถ์วัดซ่งแย้มิได้ขาด



       บาทหลวงบุญเลิศ พรหมเสนาอธิการโบสถ์องค์ปัจจุบัน ได้เผยถึงบันทึกของการสร้างโบสถ์หลังนี้ว่ามีชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจมาสร้างโบสถ์วัดซ่งแย้ราวๆ 1,500 คน โดยแบ่งเป็น 15 กลุ่ม แต่ละกลุ่มรับงานไปทำเป็นแผนกต่างๆ อาทิ กลุ่มจัดหาเสากลุ่มจัดหาไม้กระดาน กลุ่มจัดหาแป้นไม้มาทำหลังคา
       ตัวโบสถ์รูปทรงที่สร้างขึ้นมีลักษณะแบบศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว57 เมตร จัดเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยใช้แผ่นไม้เป็นแป้นมุงหลังคา 80,000 แผ่น ใช้เสาขนาดต่าง ๆ กันถึง 360ต้นส่วนใหญ่เป็นเสาไม้เต็ง เสาในแถวกลางมีขนาดใหญ่ยาวที่สุดมี 260 ต้นสูงจากพื้นดินกว่า 10 เมตร พื้นแผ่นกระดานเป็นไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ม้านั่งไม้จุคนได้กว่าพันคน ระฆังโบสถ์มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ฟุตอยู่หอระฆังสูงที่สร้างแบบหอระฆังตามวัดไทยทั่วไปแต่แปลกตรงที่แยกต่างหากจากโบสถ์ และเนื่องจากไม้ที่ได้รวบรวมมามีจำนวนมากจึงได้นำไม้ที่เหลือมาสร้างโรงเรียนบ้านซ่งแย้ทิพยา
      ด้วยแรงแห่งศรัทธาและความรักที่มีต่อศาสนาจึงได้กอบโกยเหล่าคาทอลิกทั้งหลายมาอยู่ ณ ดินแดนถิ่นอีสานและได้ช่วยกันเสริมสร้างศรัทธาจนเป็นรูปธรรมต่างๆ การเยือนถิ่นคาทอลิกจึงถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ 





















ชมภายนอกโบสถ์กันบ้างนะครับ







ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก



เรียบร้อยแล้ว เราก็ไปแวะชมในส่วนของพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ระลึกครับ















บันทึกการเข้า

มุ่งมั่น สร้างสรรค์ เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี

อุบลไกด์
Administrator
Sr. Member
*****

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


Webmaster


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 02 มีนาคม 10 เวลา 12:29:00 »

ออกจากโบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย  อ.ไทยเจริญ จังหวัดยโสธร ก็จวนเจียนบ่ายแล้วครับ
ความหิวเริ่มเข้ามาเยือน ถึงแม้ว่าจะรองท้องด้วยซาลาเปา กาแฟ และน้ำเปล่ามาจากโบสถ์คริสต์มาบ้างแล้วก็ตาม

เรามุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมืองยโสธรอีกครั้ง ตามเส้นทางเดิม เพื่อไปยังสถานที่ที่ทาง ททท. สำนักงานอุบลราชธานี
จัดเตรียมไว้  สำหรับรับประทานอาหารเที่ยงกัน

ถึงแล้วครับ





กว่าจะนึกถึงกล้องได้ ก็สายเสียแล้ว เหลือแต่ความว่างเปล่า



แต่โต๊ะของท่าน ผอ. ยุพา (นั่งกลาง) ผอ. ททท. สำนักงานอุบลราชธานี ยังมีอาหารอีกเพียบ
คงเป็นเพราะ สาว ๆ ททท. กลัวอ้วนน่ะครับ



ทีมงานสื่อมวลชนจากส่วนกลาง



ทีมงานจาก ช่อง 3



ขอบคุณ ท่าน ผอ. ยุพา ปานรอด และทีมงาน ททท. สอบ. ครับ อิ่มจังเลย  Wink
บันทึกการเข้า

มุ่งมั่น สร้างสรรค์ เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี

mrhengrasmee
สมาชิกใหม่
*

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 13 มีนาคม 10 เวลา 21:38:20 »

โบสถ์ไม้น่าไปเที่ยวจริง ๆ ครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: