สวัสดี !
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: อุทยานแห่งชาติขึ้นค่าเข้าชม 33 แห่ง  (อ่าน 2746 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อุบลไกด์
Administrator
Sr. Member
*****

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


Webmaster


« เมื่อ: วันที่ 09 กันยายน 12 เวลา 16:03:56 »

อุทยานแห่งชาติ ขึ้นค่าเข้าชม 33 แห่งทั่วไทย


     เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามในประกาศกรมอุทยานฯ เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯ จำนวน 33 แห่ง โดยประกาศดังกล่าวระบุว่าด้วยกรมอุทยานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯ หลายแห่ง มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนอาจนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ยากแก่การฟื้นฟูและบริหารจัดการให้คงสภาพ ประกอบกับได้ดำเนินการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการให้ความรู้ กิจกรรมการท่องเที่ยว การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสะอาดและสุขภาพอนามัย อีกทั้งมีอุทยานฯ ประกาศจัดตั้งใหม่ 4 แห่ง คือ อุทยานฯเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานฯเขาค้อ อุทยานฯขุนขาน และอุทยานฯดอยภูนาง จึงได้กำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯ คือ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

     สำหรับอุทยานฯ จำนวน  33 แห่ง ที่มีการปรับอัตราค่าบริการใหม่ ประกอบด้วย

ภาคเหนือ 8 แห่ง ได้แก่
1. อุทยานฯ แจ้ซ้อน จ.ลำปาง
2.อุทยานฯ ผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่
3.อุทยานฯ สุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่
4.อุทยานฯ อินทนนท์ จ.เชียงใหม่
5.อุทยานฯ  ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์
6.อุทยานฯ น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ
7.อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก เลย
8.อุทยานฯ ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่
9. อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
10.อุทยานฯ ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี
11.อุทยานฯ ภูกระดึง จ.เลย
12.อุทยานฯ ภูเรือ จ.เลย

ภาคตะวันออก  ได้แก่
13.อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด
14.อุทยานฯ น้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี
15.อุทยานฯ หมู่เกาะช้าง จ.ตราด ภาคตะวันตก
16.อุทยานฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
17.อุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
18.อุทยานฯ ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
19.อุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี  

ภาคใต้ ได้แก่
20.อุทยานฯ เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี
21.อุทยานฯ ตะรุเตา จ.สตูล
22.อุทยานฯ ธารโบกขรณี จ.กระบี่
23.อุทยานฯ หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่
24.อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา
25.อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา
26.อุทยานฯ หมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี
27.อุทยานฯ หาดเจ้าไหม จ.ตรัง
28. อุทยานฯ หาดนพรัตน์ จ.กระบี่
29.อุทยานฯ อ่าวพังงา จ.พังงา

ในส่วนอุทยานฯ 4 แห่งที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ
30. อุทยานฯ ขุนขาน จ.เชียงใหม่
31.อุทยานฯ เข้าค้อ จ.เพชรบูรณ์
32.อุทยานฯ ดอยภูนาง จ.พะเยา  และ
33. อุทยานฯ  เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี คิดอัตราค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท  โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป

     ทั้งนี้สำหรับอัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯ ปัจจุบันนั้น สำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ ราคา 40 บาท เด็ก 20 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี  ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

     ขณะที่นายดำรงค์  ให้สัมภาษณ์ ว่า ราคาค่าเข้าอุทยานฯ ที่ปรับขึ้นมานั้น จะดำเนินการเฉพาะในอุทยานฯ ขนาดใหญ่ และอุทยานทางทะเลเท่านั้น เช่น อุทยานฯ เขาใหญ่ อุทยานฯ ห้วยน้ำดัง อุทยานฯ สิมิลัน เป็นต้น จำนวน 33 อุทยานฯ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามหากมีเสียงคัดค้านกันมามากเพราะคิดว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปก็จะต้องมาพิจารณาถึงเหตุผลกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลักการจ่ายเงินค่าเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานฯ คือการเสียสละเงินส่วนหนึ่งเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ โดยส่วนตัวถือเป็นการทำนุบำรุงทรัพยากรไว้วิธีการหนึ่ง

     นายวิทยา หงส์เวียงจันทร์  ผอ. สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ   กล่าวว่า การที่ปรับราคาเพราะไม่มีการปรับราคามาหลายสิบปีแล้ว เวลานี้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็มีราคาสูงขึ้น เงินที่เก็บได้ในปัจจุบันก็ไม่เพียงพอกับค่าบำรุงรักษา อัตรา 100 บาท คำนวณจาก ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในแต่ละอุทยานฯ ว่าได้เท่าไร  ค่าบำรุงรักษาเท่าไร เมื่อคำนวณออกมา จะอยู่ที่ราคา 100 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และราคา 50 บาท สำหรับเด็ก ทั้งนี้ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป หรือแม้กระทั่งประเทศกัมพูชา ก็มีราคาประมาณนี้และสูงกว่านี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะที่กัมพูชา ค่าเข้าในอุทยานฯ คิดหัวละ 30 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900 บาท ในอเมริกา และยุโรป ก็มีอัตราค่าเข้าสูงกว่าอุทยานในประเทศไทยมาก

      เมื่อถามว่าจะทำให้อัตรานักท่องเที่ยวจะลดลงหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ไม่น่าจะลดลง แต่ในสถิติที่เก็บมาทั้งปี พบว่า ทุกอุทยานฯ ในประเทศไทยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้จะขึ้นราคาเฉพาะอุทยานฯ ขนาดใหญ่เท่านั้น อุทยานฯ เล็กๆ ยังราคาเท่าเดิม ปกติกรมอุทยานฯ จะมีงบประมาณให้อุทยานฯ แต่ละที่ อุทยานฯ ละประมาณ 10 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวต้องแบ่งไปใช้สำหรับดูแลเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า การดูแลทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งเหลือเงินไม่เพียงพอต่อการดูแลอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสีย แต่ละอุทยานฯ ที่มีราคาค่อนข้างสูง ทั้งนี้ราคาค่าเข้าอุทยานฯที่เพิ่มขึ้นจะนำไปบริหารจัดการให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น คาดว่ารายได้เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 09 กันยายน 12 เวลา 16:25:10 โดย อุบลไกด์ » บันทึกการเข้า

มุ่งมั่น สร้างสรรค์ เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี

อุบลไกด์
Administrator
Sr. Member
*****

จิตพิสัย: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


Webmaster


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 03 พฤศจิกายน 12 เวลา 08:55:58 »

ชะลอขึ้นค่าบริการเข้าชมอุทยานฯ 29 แห่ง

รักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ ประกาศชะลอขึ้นค่าบริการเข้าชมอุทยานฯ 29 แห่ง จากที่จะมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.56 โดยใช้อัตราเดิม...

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายเริงชัย ประยูรเวช รักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ ออกประกาศกรมอุทยานฯ เรื่องผ่อนผันการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯ จำนวน 29 แห่ง ระบุว่าตามที่กรมอุทยานฯได้มีการกำหนดค่าบริการสำหรับบุคคลทั่วไปในการเข้าชมอุทยานฯ จำนวน 33 แห่ง และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 เป็นต้นไปนั้น

นายเริงชัย กล่าวต่อว่า กรมอุทยานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจ เอกชนและประชาชนตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ดังนั้น จึงให้มีการผ่อนผันการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯ จำนวน 29 แห่ง ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ตะรุเตา จ.สตูล ธารโบกขรณี จ.กระบี่ หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา หมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี หาดเจ้าไหม จ.ตรัง หาดนพรัตน์ธารา–เกาะพีพี จ.กระบี่ อ่าวพังา จ.พังงา

แจ้ซ้อน จ.ลำปาง ดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ ดอยสุเทพ–ปุย จ.เชียงใหม่ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ทุ่งแสลงหลวงจ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์ น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์–ชัยภูมิ ภูหินร่องกล้า จ.เพชรบูรณ์–เลย ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ภูกระดึง จ.เลย ภูเรือ จ.เลย เขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง น้ำตกพริ้ว จ.จันทบุรี หมู่เกาะช้าง จ.ตราด แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เอราวัณ จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้ จากเดิมที่มีการกำหนดบริการใหม่คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ให้ใช้อัตราเดิมคือ ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท เป็นผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/edu/302761
บันทึกการเข้า

มุ่งมั่น สร้างสรรค์ เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: