 |
|
 |
|

|
ปลายฝนต้นหนาว...
หลายคนบอกว่าเป็นช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดในรอบปี
แต่ถ้าหากปลายฝนนี้ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน
อุบลไกด์ขอแนะนำให้มาสัมผัสกับเมืองดอกบัวงาม (จ.อุบลราชธานี)
เพราะนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์-ประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจแล้ว
เมืองอุบลฯยังมีของฝาก-ของที่ระลึกที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่น
นั่นคือสินค้าพื้นเมือง ซึ่งถูกถ่ายทอดจากภูมิปัญญาสมัยปู่ ย่า ตา
ทวด สู่ลูกหลาน |
| ในยุคปัจจุบัน
อุบลราชธานีไกด์ฉบับนี้ขออนุญาตพาท่านผู้อ่านไปท่องเที่ยวและสัมผัสกับ
วิถีชีวิตของผู้คนใน "หมู่บ้านหัตถกรรม" โดยเริ่มจาก... |
|
บ้านปะอาว มีระยะทาง 23
กิโลเมตรจากตัวเมืองอุบลราชธานีตามเส้นทางอุบลราชธานี-เขื่องใน
เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าที่มีการผลิตกว่า200
หลังคาเรือน โดยมีปริมาณการผลิต 3,000-5,000 เมตร/เดือน มีทั้งผ้าไหม
ผ้าฝ้ายแต่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามเป็นพิเศษ คือผ้าไหมพื้นเรียบ
และผ้าไหมลายกาบบัวซึ่งสนนราคาตั้งแต่เมตรละ 100-500 บาท
หากท่านใดที่ต้องการ |
เยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตผ้าไหม
คุณป้าเชื่อมจิตร ศุภสร จะนำท่านชมการผลิตทุกขั้นตอน
ตั้งแต่การคัดเลือกเส้นไหม การกวัก การมัดหมี่การย้อมสี จนกระทั่ง
ถึงการทอผ้าเป็นผืนที่งดงาม
นอกจากนี้ยังมีการนำผ้ากาบบัวมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าถือทั้งกระเป๋าสตรีและกระเป๋าใส่เอกสาร
ซึ่งมีปริมาณการผลิตกว่า 800-1,000 ใบ /เดือน ราคาใบละ200-500 บาท
นอกจากผ้าทอที่ขึ้นชื่อแล้ว
คุณสามารถเยี่ยมชมการผลิตเครื่องทองเหลือง
ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน จากรุ่นสู่รุ่น จากพ่อสู่ลูก
จากครูสู่ศิษย์ ซึ่งต้องใช้ความอุตสาหะผสมผสานกับศิลปะอันทรงคุณค่า |

|
|
|

|
ด้วยกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน
เพราะการหล่อแบบขี้ผึ้งมีหลายขั้นตอน
เริ่มจากการพันเส้นขี้ผึ้งเป็นกระสวยหุ้มด้วยดินผสม
แล้วหลอมละลายขี้ผึ้งออกเพื่อเป็นโพรงแบบสำหรับเทน้ำโลหะเหลวเข้าไปแทนขี้ผึ้ง
ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในการหล่อสัมฤทธิ์ที่มีอายุกว่า 4,500
ปีผลิตภัณฑ์ทองเหลืองของบ้านปะอาวมีให้เลือกซื้อเลือกชมมากมายหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็น กระดิ่ง ผอบ พวงกุญแจ ชุดเซี่ยนหมาก
เหมาะสำหรับเป็นของตกแต่งบ้านและของฝากอันทรงคุณค่า โดยปริมาณการผลิต
กระดิ่ง |
|
|
20,000 ชิ้น/เดือน ผอบ 20,000 ชิ้น/เดือน พวงกุญแจ 20,000
ชิ้น/เดือนชุดเซี่ยนหมาก 1,000 ชุด/เดือน
สำหรับราคานั้นไม่แพง...ราคาเริ่มต้นที่20-2,000 บาท |
จากบ้านปะอาวเดินทางต่อสู่บ้านทรายมูล ตำบลทรายมูล
อำเภอพิบูลมังสาหารหมู่บ้านหัตถกรรมของคนทำฆ้อง ระยะทาง 51
กิโลเมตรจากตัวเมืองอุบลราชธานีตามเส้นทางอุบลราชธานี-โขงเจียม
โดยตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยแหล่งจำหน่ายฆ้องให้เห็นเป็นระยะ
คุณลุงทองลา ผลขาว อายุ 67 ปีเล่าให้เราฟังว่า
"ฆ้องเป็นเครื่องมือการรวมพลการเคลื่อนทัพของพม่า
ในประเทศไทยไม่สามารถระบุได้ว่าสถานที่ใดเป็นแหล่งที่มาของตำนานการทำฆ้อง
แต่ชาวบ้านคอนสาย ทรายมูล เรียนรู้การทำฆ้อง |
 |
มาจากบรรพบุรุษ โดยในอดีตเป็นการหล่อฆ้อง
ปัจจุบันได้พัฒนามากขึ้น โดยใช้วิธีการเชื่อม
ซึ่งขั้นตอนการทำเริ่มจากการสกัดแผ่นทองเหลืองและเชื่อมเป็นวงกลม
กำหนดจุดกึ่งกลางเพื่อทำจูม จากนั้นทอบขอบแผ่นทองเหลืองโดยใช้ค้อนตี
นำแผ่นทองเหลืองเผาไฟเพื่อให้แผ่นทองเหลืองอ่อนตัวและเพื่อให้ตีขึ้นรูปง่ายนำแผ่นทองเหลืองวางไว้ตรงกับจุดหลุมที่เตรียมไว้
ใช้ค้อนตีลงให้เป็นจูม และแต่งฆ้องให้สวยงามด้วยค้อนแต่ง
ส่วนเสียงต้องใช้ค้อนแต่ง |
|
|
เสียงที่มีความต่อเนื่องกัน
ฆ้องที่ดีจะต้องมีลักษณะเสียงที่ดังกังวานและต่อเนื่อง
โดยต้องใช้ค้อนที่ห่อด้วยผ้าตีฆ้องเท่านั้นและต่อด้วยการเขียนแต่งหน้าฆ้องให้สวยงามด้วยสีทองเป็นอันเสร็จสิ้นการทำฆ้อง"จากคำบอกเล่าถึงขั้นตอนการทำฆ้องอาจไม่ชัดเจนทางจินตภาพมากนัก
แต่หากจะให้ลึกซึ้งถึงขั้นตอนการผลิตต้องเดินทางไปชมด้วยตนเอง
และหากจะซื้อฆ้องเป็นของฝากของที่ระลึก
ที่นี่ก็มีหลากหลายขนาดให้เลือกซื้อ ราคาเริ่มต้นที่ 200-25,000 บาท |
 |
เสร็จจากชื่นชมวิถีชีวิตคนทำฆ้องมุ่งหน้าสู่บ้านท่าล้ง ตำบลห้วยไผ่
อำเภอโขงเจียม ดินแดนกระติบสวย รวยน้ำใจสุดเขตประเทศไทย ถิ่นไทบรู
มีพื้นที่ติดกับลำน้ำโขงซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับบ้านดอนกุ่ม แขวงจำปาสัก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมู่บ้านนี้สืบทอดตำนานหัตถกรรมด้านการ |
 |
สานกระติบไว้ได้อย่างละเอียดอ่อนและงดงาม
เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ การสานกระติบโดยใช้"ติวไม้ไผ่" คุณหลัด
ศิริมาตร์เล่าว่า
"ได้เรียนรู้การสานกระติบข้าวมาจากพ่อแม่และต่อมาก็ได้ทำเป็นอาชีพเสริม
ไม้ไผ่ที่นำมาสาน
คือไม้ไผ่ที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้านและไม้ไผ่ป่าที่ขึ้นตามภูเขาโดยจะ |
|
|
ต้องเป็นต้นไผ่ที่มีขนาดพอเหมาะ
นำมาตัดเป็นท่อนตามขนาดภาชนะที่จะสานจักตอกให้เป็นเส้นบางๆ
โดยยังคงไว้ซึ่งเปลือกไผ่หรือ "ติวไผ่" นั่นเอง"
ภาชนะจักสานไผ่ที่สร้างรายได้ให้ชุมชนบ้านท่าล้ง คือกระติบข้าว
ซึ่งมีทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ราคาตั้งแต่80-500 บาท
ซึ่งมีปริมาณการผลิตกว่า 500 กระติบ/เดือน
มีพ่อค้ามาสั่งจองและรับซื้อจำนวนมากถึงขนาดไม่พอกับความต้องการของลูกค้า |
 |
ใช่ว่าชุมชนบ้านท่าล้งจะสานเป็นเฉพาะกระติบข้าว
ฝีมือการทอเสื่อจากต้นเตยก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นจำนวนมากเช่นกันคุณบัวคำ
แก้วสาย เล่าว่า "เราสามารถหาต้นเตยหนามได้จากบนภูเขา ผาบอง ผากระถาง
โดยใช้มีดขูดเอาหนามออก นำมาตากให้พอเหี่ยว
ฉีกแบ่งให้ได้ขนาดพอเหมาะตากให้แห้ง แล้วนำมาสานเป็นผืนเสื่อ |
 |
|
|
ขนาด1-1.20 x 2 เมตร ราคาอยู่ที่ผืนละ 200
บาทซึ่งถือว่าไม่แพงมากหากจะเทียบกับความอุตสาหะและความตั้งใจของชาวบ้านสอบ |
ท่ามกลางกระแสความนิยมสินค้าศิลปหัตถกรรมของผู้คนสมัยนี้
รวมทั้งการสนับสนุน โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของทางรัฐบาล
และการท่องเที่ยวหมู่บ้านหัตถกรรม
จึงเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับชาวหมู่บ้านหัตถกรรมได้สืบสานภูมิปัญญาไทยให้ยังคงอยู่ต่อไป |
สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจอยากจะสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน
หรือสนใจสินค้า ผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง อยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง |
|
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี
โทร.0-4526-2749, 0-4525-4720 e-mail : ubon@cdd.go.th |
| |
|
จัดทำเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2548 |
|
|