คลิ๊กที่นี่เพื่อกลับสู่หน้าแรกของอุบลราชธานีไกด์

 

เส้นทางท่ องเที่ยวแนะนำ RouteTourist

เส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ "ลาวตอนใต้"
กระดานข่าว - สนทนา  ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
 
 
สนับสนุนค่าโฮสต์และโดเมนเนม
 















 

 
   วัดทุ่งศรีเมือง ตั้งอยู่เลขที่ 95 ถนนหลวง ด้านทิศตะวันออกของสนามทุ่งศรีเมือง สร้างสมัยปลายรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี
    พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง พระประธานในวิหาร "ศรีเมือง" วัดทุ่งศรีเมือง ถือเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่แต่ครั้งเริ่มสร้างเมืองอุบลฯ เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดเหนือท่า (หน้าวัดสุปัฎฯในปัจจุบัน) ต่อมาวัดเหนือท่า ได้ขาดการดูแล จึงเป็นวัดร้าง พระครูวิโรจน์รัตโนบล เจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมืองในสมัยนั้น นำญาติโยมสัปบุรุษ ไปอัญเชิญเคลื่อนย้ายมาเป็น

พระประธานในวิหารศรีเมือง ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมเศียรพระที่ชำรุดขึ้นใหม่ โดยจำลองให้เหมือนพระเหลาเทพนิมิต อำเภอพนา ญาติโยมรวมใจกันปิดทองพระเจ้าใหญ่ศรีเมืองตลอดทั้งองค์ เปล่งปลั่ง สดใส น่าเสื่อมใสศรัทธามาก

 














 
 

         วัดมณีวนาราม (วัดป่าน้อย) ตั้งอยู่เลขที่ 151 ถนนหลวง อยู่ระหว่างวัดมหาวนารามกับวัดทุ่งศรีเมือง สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2332 ผู้สร้างคือ อุปฮาดก่ำ โอรสพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง)
     พระแก้วโกเมน เป็นพระบูชาปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 4 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว สันนิษฐานกันว่าอุบัติขึ้นมาพร้อมพระแก้วบุษราคัมซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ
วัดศรีอุบลรัตนาราม พระแก้วโกเมน เป็นพระพุทธรูปอัญมณีในตระกูล “นพรัตนชาติ” คือ แก้วเก้าประการ อันได้แก่ สีขาวผ่องเพชรดี ทับทิมสีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัง แดงสลังเพทาย

 

สังวาลสายไพฑูรย์
       คณะกรรมการวัดมณีวนาราม ได้อัญเชิญพระแก้วโกเมนลงมาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาและสรงน้ำในเทศกาลวันวิสาขบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลทุกปี

 
















 
 

    วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ถนนหลวง ด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรอุบลราชธานี สร้างเมื่อปีเถาะ พ.ศ.2350 เมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระมหาราชครูศรีสิทธิธรรมวงศา ได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้างพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าใหญ่อินทรแปลง” มีความหมายว่า “พระอินทร์จำแลงแปลงกายมา” ข้างอีสานเรียก “พระเจ้าใหญ่อินทร์แปง” มีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า “พระอินทร์สร้าง” ซึ่งเป็นมงคลนามทั้งสองความหมาย

 

       การสร้างพระเจ้าใหญ่องค์นี้ ขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 10 ศอก ลงรักปิดทองด้วยพุทธศิลปะที่งดงาม เพื่อเป็นองค์แทนสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างสำเร็จเรียบร้อย

เมื่อวันเพ็ญเดือนห้า ตรงกับวันอาทิตย์ เดือน เมษายน ช่วงเวลาบ่ายสามโมง ปรากฏในศิลาจารึกที่ด้านหลังองค์พระ จึงกำหนดเอาวันเพ็ญเดือนห้า เป็นวันจัดงานเฉลิมฉลองพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เป็นประจำทุกปี ประชาชนหลั่งไหลกันมากราบนมัสการขอพรดลบันดาให้ประสบสุขตลอดไป

 

















 
 

      วัดบูรพา ตั้งอยู่ถนนบูรพาใน อยู่ด้านทิศตะวันออกของเมืองอุบลฯ เดิมเป็นป่าโปร่งเงียบสงัด เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม หลวงปู่สีทา ชยเสโน และหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล จึงได้ไปปฎิบัติธรรม ครั้นต่อมาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ทราบข่าว จึงเดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์

 

ร่วมปฎิบัติธรรม ณ สำนักสงฆ์แห่งนี้ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ข้าหลวงต่างพระองค์ บังเกิดศรัทธาจึงบริจาคที่ดินและทรัพย์สินให้สร้างเป็น “วัดบูรพา” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดวัดสายวิปัสนากรรมฐาน พระอาจารย์สายวัดป่าทั่วประเทศได้มาปฎิบัติธรรม ณ วัดบูรพา แห่งนี้ นานนับ 100 ปีเศษ
     ปัจจุบันทางวัดบูรพา ได้นำรูปหล่อหลวงปู่ผู้เป็นบูรพาจารย์ด้านวิปัสสนากรรมฐาน 5 องค์ มาประดิษฐานให้ลูกหลานชาวบ้านชาวเมืองและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชา  เพื่อเป็นสิริมงคล

ได้แก่รูปเหมือนทอง 1. พระอาจารย์สีทา ชัยเสโน 2. พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล 3. พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต 4. พระญาณวิศิษย์ (สิงห์ ขันตญาคโม) 5. พระสิทธรรมรังสีคัมภีร์เมธาจารย์ (ลี ธัมมธโร) พระอาจารย์ทั้งห้ามีปฏิปทาน่าศรัทธามาก
 















 
 

     วัดใต้ ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนสุนทรวิมล ตำบลในเมืองอุบลราชธานี สร้างเมื่อ พ.ศ.2373 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาวัดใต้ได้เปลี่ยนแปลงชื่อวัดเป็น “วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ” เพราะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปเก่าแก่นามว่า “พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ” เนื้อทอง นาคสำริด หน้าตัก 51 นิ้ว (1.27 เมตร) สูง 85 นิ้ว (2.12 เมตร) ใช้ทองนาคเงินสำริดหล่อองค์พระหนักเก้าแสนบาท

 

พระพุทธลักษณะเป็นปางมารวิชัย พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่วัดใต้ มีความสำคัญเป็น1ใน 5 องค์ ในจำนวนพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อในประเทศไทย ที่เชียงใหม่ ชัยภูมิ หนองคาย และที่วัดพระโต กิ่งอำเภอนาตาล อุบลฯ กับที่ประเทศลาวอีก 1 องค์

 













 
 

            วัดกลางตั้งอยู่ถนนราชวงศ์ ริมฝั่งแม่น้ำมูล สร้างเมื่อ พ.ศ.2325 โดย เจ้าราชวงศ์(ก่ำ) เป็นผู้สร้างใกล้กับคุ้มหรือ “โฮงราชวงศ์” ตามคตินิยมแต่โบราณที่เสาะหาทำเลใกล้แม่น้ำ สร้างเมืองแล้วสร้างวัดควบคู่กัน ชื่อว่าเรียกตาทางน้ำไหล วัดที่เจ้าราชวงศ์สร้าง อยู่ระหว่าง “วัดเหนือท่า” (บริเวณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในปัจจุบัน) กับ “วัดใต้ท่า” (สำนักงานการไฟฟ้าฯ ปัจจุบัน” จึงได้ชื่อว่า “วัดกลาง”
            พระบทม์ เป็นพระประธานในวิหารเก่าแก่ ตั้งแต่ครั้งสร้างวัด เป็นพระพุทธปฏิมาปางมารวิชัยที่งดงามมาก ขนาดตักกว้าง 78 นิ้ว (1.98 เมตร) สูง 108 นิ้ว (2.75 เมตร) สร้างด้วยอิฐดินเหนียวผสมเกสรดอกบัว จึงได้มีชื่อว่า “พระบทม์” มาจากคำว่า ปทุม - ปทม - บทม์

 
หมายถึง “พระดอกบัว” ได้แก่บัวหลวง มีสีแดง กลิ่นหอม เป็นพระพุทธรูปที่ประสาทพรเกื้อกูลให้เกิดความสำเร็จตามแรงแห่งสัจจาธิษฐานปรารถนา
         สมัยก่อนผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นปู่ย่าตายาย เมื่อได้พบเห็นสิ่งที่หมดจดงดงามสดสวย มักจะอุทานเปรียบเทียบว่า “จะแม่นงามปานพระบทม์”
 
















 
 

          วัดหลวง ตั้งอยู่ถนนพรหมเทพ ริมแม่น้ำมูล เมื่อสร้างเมืองอุบลฯเสร็จแล้ว พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ก็ได้สร้างวัดหลวงเป็นวัดแรก ซึ่งอยู่ใกล้คุ้ม หรือ “โฮงหลวง” จึงเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง เมื่อสร้างวัดหลวงเสร็จ ก็ได้นำชาวบ้านชาวเมืองสร้างพระพุทธรูปพระประธานในพระวิหารชื่อว่า “พระเจ้าใหญ่องค์หลวง” ตามนามของท่านผู้นำพระองค์นี้ที่ชาวบ้านเรียกขานท่านว่า “ญาหลวง”

 
      “พระเจ้าใหญ่องค์หลวง” เป็นพระพุทธรูปที่สง่างาม ต้องด้วยพุทธลักษณะอันเป็น “เบ็ญจลักษณะ” ห้าคืบพระสุคต ทุกประการ
 















 
 

        วัดสุปัฎนารามฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนสุปัฎน์ ริมแม่น้ำมูล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2393 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระพรหมราวงศา (กุทอง) เจ้าเมืองอุบลฯ คนที่ 2 สร้างวัดนี้เพื่อประกอบพระราชพิธีและศาสนพิธีสำคัญโดยพระราชทานทรัพย์ เป็นเงิน 10 ชั่ง โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดสุปัฏนาราม” เป็นวัดธรรมยุตแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

       พระประธานในพระอุโบสถ มีนามว่า “พระสัพพัญญูเจ้า” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยโลหะผสมขัดเงา  พระพุทธลักษณะสัดส่วนคล้ายกับ “พระพุทธชินราช” ที่จังหวัดพิษณุโลก (จึงได้รับ

การขนานนามว่า“พระพุทธชินราชแห่งอีสาน”) โดยมีพระอุปัชฌาย์สีทา ชยเสโน เป็นช่างและประธานดำเนินการหล่อ เมื่อ พ.ศ. 2459 พระพุทธปฎิมาองค์นี้มีนามเมื่อแรกสร้างว่า “พระพุทธสัพพัญญูเจ้า” หน้าตัก 4 คืบพระสุคต กายหล่อใช้โลหะธาตุ หนัก 30 หาบ การขัดเงาราศีรัศมี แผ่กระจายสง่างามมาก น่าเคารพ บูชายิ่งนัก

 

















 
 

        วัดศรีอุบลรัตนาราม (พระอารามหลวง) เดิมชื่อ “วัดศรีทอง” เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ถนนอุปราช ข้างศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2398  เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี 

 

        พระแก้วบุษราคัม เป็นพระพุทธรูปบูชา ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว แกะสลักจากแก้วบุษราคัม (แก้วมณีสีเหลือง) ทึบทั้งแท่ง มีสังวาลประดับที่องค์พระ ฐานหุ้มด้วยทองคำ เป็นพระพุทธรูปโบราณ นานนับพันปี ฝีมือช่างสกุลเชียงแสน
       ในสมัยการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มีการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา (พิธีดื่มน้ำสาบาน) ได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม เป็นประธานในการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้

       เทศกาลงานสงกรานต์ 13 เมษายนทุกปี ชาวเมืองอุบลราชธานี ได้จัดขบวนแห่พระแก้วบุษราคัม รอบเมือง เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน เพื่อเป็นสิริมงคล

ข้อมูลโดย คุณสุวิชช คูณผล

 Free Website Counters

จัดทำเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550

 

 

โรงแรมลายทอง อุบลราชธานี

โรงแรม รีเจนท์พาเลช ขอต้อนรับท่านผู้มีเกียรติทุกท่านสู่อุบลฯ ด้วยความภูมิใจ ร่วมสมัย พร้อมการบริการที่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อความสุข และความพึงพอใจสูงสุดของการพักผ่อนทำให้การมาเยือนอุบลฯ ทุกครั้งเต็มเปี่ยมด้วยความหมายได้สมบูรณ์และสัมผัสความผ่อนคลายที่เราเตรียมไว้สำหรับคุณที่หัตถเวช นวด แผนไทย & สปา265-271 ถ.ชยางกูร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลฯ 34000โทร. 0-4526-2920-4 แฟกซ์ 0-4524-5454Chayangkoon Rd., Ubonratchathani 34000Tel. 0-4526-2920-4 Fax 0-4524-5454

อุบลราชธานีไกด์

สนับสนุนโดย ห้องบันทึกเสียง Yellow Studio อุบลราชธานี

ดูแลและสร้างสรรค์โดย  ครูโอ๊ต เว็บมาสเตอร์บ้านออนซอน

ติดต่อเว็บมาสเตอร์

 10 เมษายน 2553