|
|
|
บุญสงกรานต์...งานปีใหม่ไทย |
|
ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย
ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ
และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม
ที่ฝังลึกอยู่ในชีวิตจิตใจของคนไทย
และเป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ
จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์
หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่า “ตรุษ”
เป็นภาษาทมิฬ แปลว่า การสิ้นปี ส่วนคำว่า “สงกรานต์” เป็นคำสันสกฤต
หมายถึงการเคลื่อนที่หรือการเคลื่อนย้าย
ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่ราศีหนึ่ง
และเป็นช่วงที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายจากราศีมีนไปเป็นราศีเมษ
ถือเป็นช่วงเคลื่อนย้ายที่สำคัญเพราะเป็นวันและเวลาขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของไทย
แต่คนไทยได้เรียกช่วงนี้ว่า สงกรานต์ มานานแล้ว
ประเพณีสงกรานต์จึงเป็นประเพณีการฉลองขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ
การฉลองโดยทั่วไปมีกำหนด 3 วัน ตรงกับวันที่ 13 – 15 เมษายน
ซึ่งในวันที่13 เมษายนเป็นวันมหาสงกรานต์
ถือว่าเป็นวันที่พระอาทิตย์ก้าวเข้าสู่ราศีเมษเป็นวันสิ้นปีเก่า
วันที่ 14 เมษายน เป็นวันเนา คือ
วันที่เชื่อมต่อระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ และวันที่ 15 เมษายน
เป็นวันเถลิงศก คือวันขึ้นปีใหม่ ทั้ง 3
วันนี้ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญ
เนื่องจากว่าประเพณีสงกรานต์แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ
เป็นประเพณีที่เชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว
และในสังคมเป็นอย่างดียิ่ง
กล่าวได้ว่าไทยเรามีวันครอบครัวหรือวันผู้สูงอายุอีกด้วย |
|
|
|
สงกรานต์ 4 ภาค
ในประเทศไทยถือได้ว่าประเพณีสงกรานต์เป็นงานบุญที่มีความสำคัญและมีความหมายที่ไม่แตกต่างกันและมีทั่วทุกภูมิภาคสงกรานต์ภาคเหนือ(สงกรานต์ล้านนา)หรือ “ประเพณีปี๋ใหม่เมือง”
เริ่มตั้งแต่ “วันสังขารล่อง”(13 เม.ย.)
ที่มีการทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล “วันเนา” หรือ
“วันเน่า”(14 เม.ย.)
วันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้ายเพราะจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี
“วันพญาวัน”
หรือ“วันเถลิงศก”(15เม.ย.)วันนี้ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตรเข้าวัดฟังธรรมก่อนจะไปรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย“วันปากปี”
(16เม.ย.) ชาวบ้านจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆ
เพื่อขอขมาคารวะ และ“วันปากเดือน”(17เม.ย.)เป็นวันที่ชาวบ้านส่งเคราะห์ต่างๆออกไปจาก
ตัวเพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา |
สงกรานต์ภาคอีสานนิยมจัดกันอย่างเรียบง่ายแต่ว่ามากไปด้วยความอบอุ่นโดยคนอีสานจะ
เรียกประเพณีสงกรานต์ว่า “บุญเดือนห้า” หรือ “ตรุษสงกรานต์”
และจะถือฤกษ์ในวันขึ้น 15 ค่ำ
เดือน5เวลาบ่าย3โมงเป็นเวลาเริ่มงานโดยพระสงฆ์จะตีกลองโฮมเปิดศักราชจากนั้นญาติโยมจะจัด
เตรียมน้ำอบหาบไปรวมกันที่ศาลาวัดเพื่อสรงน้ำพระพุทธรูป
แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย
และญาติผู้ใหญ่เพื่อขอขมาลาโทษจากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน
สงกรานต์ภาคใต้ตามความเชื่อของประเพณีสงกรานต์แบบดั้งเดิมที่ภาคใต้แล้วสงกรานต์
เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมืองพวกเขาจึงถือเอาวันแรกของสงกรานต์
(13 เม.ย.) เป็น“วันส่งเจ้าเมืองเก่า”
โดยจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป ส่วน“วันว่าง” (14
เม.ย.)ชาวนครจะไปทำบุญตักบาตรที่วัดและสรงน้ำพระพุทธรูปและวันสุดท้ายเป็น“วันรับเจ้า
เมืองใหม่” (15เม.ย.)
จะทำพิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงาม
ส่งท้ายสงกรานต์ประเพณีสงกรานต์
สงกรานต์ภาคกลางเริ่มขึ้นในวันที่13เมษายนเป็นวัน“มหาสงกรานต์”วันที่
14 เป็น“วันกลาง”หรือ“วันเนา”วันที่15เป็นวัน“วันเถลิงศก”ทั้ง 3
วันประชาชนจะประกอบพิธีทาง
ศาสนามีการทำบุญตักบาตรปล่อยนกปล่อยปลาการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับการ
สรงน้ำพระการขนทรายเข้าวัดก่อพระเจดีย์ทราย |
 |
 |
 |
กิจกรรมทั่วไปในวันสงกรานต์
โดยทั่วไปแล้วกิจกรรมในวันสงกรานต์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
ก็จะประกอบไปด้วยการทำบุญตักบาตร
ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง และ
อุทิศส่วนกุศลนั้นแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว
โดยการนำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุ การสรงน้ำพระ
ก็จะรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด
และบางที่จัดสรงน้ำพระสงฆ์ด้วย
และนอกจากนั้นยังมีการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่หรือการดำหัวนั่นเอง
การดำหัวเป็นคำเมืองทางภาคเหนือ
เรียกกันเฉพาะการรดน้ำผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ ผู้สูงอายุ
คือการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปแล้ว หรือ
การขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำหัวส่วนมากมีผ้าขนหนู
มะพร้าว กล้วย และ ส้มป่อย ซึ่งการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่นั้น
เป็นการอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน เช่นให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
ครูบาอาจารย์
นั่งลงแล้วผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำธรรมดารดที่มือของผู้ใหญ่
แล้วท่านจะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด การบังสุกุลอัฐิ
กระดูกญาติผู้ใหญ่ที่ตายแล้ว มักก่อเป็นเจดีย์
แล้วนิมนต์พระไปบังสุกุล การปล่อยนกปล่อยปลา
ถือเป็นการล้างบาปที่ทำไว้
เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้มีแต่ความสุขความสบายในวันขึ้นปีใหม่
ก่อเจดีย์ทรายหรือการนำทรายเข้าวัด
ทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาภ
ให้มีความสุขความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด |
 |
 |
 |
บุญสงกรานต์จังหวัดอุบลราชธานี
ในเดือนเมษายนของทุกปีจังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานประเพณีสงกรานต์
ขึ้นมุ่งเน้นการรณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์
โดยขอให้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
คือการไม่เล่นสีไม่เล่นแป้งเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป
และในปี 2552 นี้ทางจังหวัดอุบลราชธานีและเทศบาลนครอุบลราชธานี
ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต
2 อุบลราชธานีและสมาคมธุรกิจการ ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี ได้
กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2552 ณ
บริเวณถนนรอบทุ่งศรีเมือง และในเขตเทศบาลนครอุบล จ.อุบลราชธานี
ซึ่งมีกิจกรรม ที่น่าสนใจ ได้แก่ พิธีบรวงสรวง
และสรงน้ำอนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์
(เจ้าเมืองอุบลฯคนแรก)/พระอุบาลีคุณูปมาจารย์/สมเด็จพระมหาวีรวงศ์/ศาลหลักเมือง,การรดน้ำขอพรผู้ว่าราชการ
จังหวัดอุบลราชธานีหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทั่วไป,การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์
99 รูป,การออกร้านในงานเทศกาลอาหารอินโดจีน, การเล่นน้ำสงกรานต์,
ถนนดอกไม้และสายน้ำ,
ขบวนแห่สงกรานต์,จัดขบวนแห่พระแก้วบุษราคัมรอบเมืองอุบลเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่ว
กันเพื่อเป็นสิริมงคล,ประกวดเทพีสงกรานต์,ถนนสายวัฒนธรรม,ประกวดร้องเพลง,ประกวดฑูต
วัฒนธรรมตุ้มโฮมกินข้าวแลงแญงวัฒนธรรม,และการแสดงทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม
ประจำถิ่นและนอกจากนั้นในต่างอำเภอรอบนอกก็ได้จัดงานประเพณีสงกรานต์ขึ้นเช่นเดียวกันซึ่งก็มีหลากหลายกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ |
 |
 |
 |
|
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยสำนักงาน
ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต
2 ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานีและสถานีตำรวจท่องเที่ยวอุบลราชธานีกำหนดจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา
จังหวัดอุบลราชธานี“นั่งสามล้อสรงน้ำพระ9 วัดเมืองอุบลฯ
เสริมสิริมงคลวันสงกรานต์” ในวันสงกรานต์ที่ 13 เมษายน ปีนี้
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงศาสนาต้อนรับวันปีใหม่แบบไทยและสนับสนุนมหาสงกรานต์เมืองอุบลฯ
และเทศกาลอาหารไทย- อินโดจีน ทัวร์ชุดนี้ จะเริ่มต้นจากลานสงกรานต์วัดศรีอุบลรัตนารามในเวลา
13.00 น. เป็นต้นไป โดยขบวนสามล้อ 30 คัน จะนำผู้สนใจไปสรงน้ำพระ 9
วัดในย่านเมืองเก่าอุบลราชธานี ซึ่งได้แก่ พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง
วัดทุ่งศรีเมือง ,พระแก้วโกเมนวัดป่าน้อย ,พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง
วัดป่าใหญ่ พระบูรพาจารย์ห้าองค์ วัดบูรพา,
พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดใต้, พระบทม์ วัดกลาง, พระเจ้าใหญ่องค์หลวง
วัดหลวง, พระสัพพัญญูเจ้า วัดสุปัฎนาราม
แล้วกลับไปสรงน้ำพระแก้วบุษราคัม วัดศรีอุบลรัตนาราม
เป็นจุดสุดท้าย
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่สำนักงาน ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เขต 2 โทร. 045-243770 และสำนักงานพระพุทธศาสนา โทร. 045-241027
หากท่านใดยังไม่มีแผนการในการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์
ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวงานบุญประเพณีสงกรานต์ที่จังหวัดอุบลราชธานี
และที่สำคัญหัวใจของประเพณีสงกรานต์ คือ
การทำจิตใจให้ผ่องแผ้วด้วยการทำบุญทางศาสนา
การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม
การแสดงความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่และการแสดงความปรารถนาดีและเอื้ออาทรต่อกัน
หากท่านจะเล่นสาดน้ำกันเพื่อความสนุกสนาน
ก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย
เพราะแต่ละปีเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิดมากมาย ฉะนั้น
ทุกท่านควรเล่นน้ำด้วยความระมัดระวังและสิ่งที่ควรสืบทอดประเพณีสงกรานต์และรักษาขนบธรรมเนียมที่ดีกันต่อไปก็คือแก่นสารที่มีคุณค่าและการประพฤติปฏิบัติที่งดงามของประเพณีสงกรานต์
ซึ่งแสดงถึงจิตวิญญาณของความเป็นไทยที่มีความงดงามประณีต
|
|
บทความโดย : อาจารย์วรลักษณ์
อ่อน ณ นัยน์
|
|
หัวหน้าสำนักงานสำนักศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี |
|
|