ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสานตอนใต้อันประกอบด้วย ยโสธร อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี นั้นถือได้ว่าเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติในระดับต้นๆ ของภูมิภาค เพราะนอกจากจะเป็นศูนย์รวมของ 3 แม่น้ำสายหลักของภูมิภาค คือ โขง ชี มูล แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ อันได้แก่ ผาแต้ม แก่งตะนะ ภูจองนายอย และภูสระดอกบัว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนอกจากธรรมชาติในเขตอุทยานจะเขียวชอุ่มงดงามแล้ว ฤดูกาลนี้ยังเป็นช่วงของการเผยโฉมแหล่งท่องเที่ยวแปลกๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจ น่าศึกษา กว่า 6 แห่ง เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ผู้รักในธรรมชาติที่กำลังมองหามุมมองใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยว โดยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจเหล่านี้เกิดขึ้น ณ แหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่สะดวกสบาย ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์อุบัติภัยทางธรรมชาติใด ๆ เลย ที่สำคัญสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องเป็นเส้นทางเดียวกัน และสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อย่างคุ้มค่า เชิญสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของภาคอีสานตอนล่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติที่แสนมหัศจรรย์ซึ่งสัมผัสได้เฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น ประกอบด้วย
น้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกรู มีลักษณะเป็นธารน้ำที่ไหลลอดตกลงมาจากรูเหนือเพิงถ้ำหินมองดูคล้ายแสงจันทร์สาดส่องลงมาสู่โลก ความงดงามมหัศจรรย์ของน้ำตกรูทำให้ได้รับเลือกเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand และถูกนำๆไปเป็นฉากในภาพยนตร์โฆษณาสุรารีเจนซี่ในชุดสุวรรณภูมิ น้ำตกแสงจันทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งนาเมือง ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 145 กิโลเมตร สามารถท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆอีกมากมายเช่น ผาแต้ม โขงเจียม
แก่งตะนะ น้ำตกรากไทร เขื่อนสิรินธร ตลาดชายแดน ช่องเม็ก และแก่งสะพือ ช่วงที่น้ำตกสวยงามที่สุดคือช่วงเดือนสิงหาคม ตุลาคมและช่วงปลายฝนต้นหนาวบริเวณเส้นทางเดินทางไปน้ำตกจะมีทุ่งดอกไม้นานาชนิด อาทิ ดุสิตา สร้อยสุวรรณา มณีเทวา กล้วยไม้แดงอุบล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โทร. 0-45249780 , 0-4526 43323 อบต. นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม โทร. 0-45381063 , 0-13212852 หรือ อบต. ห้วยไผ่ โทร. 0-4535-1287
เป็นน้ำตกที่ไหลตามรากไทรที่ย้อยลงมาตามหน้าผาริมแม่น้ำมูล มองดูคล้ายม่านมู่ลี่ไหลลงสู่พื้นหินกระจายเป็นละออง งดงามน่าอัศจรรย์
น้ำตกรากไทรเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นเพียง 500 เมตรริมแม่น้ำมูลของอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ซึ่งนอกจากจะได้ชื่นชมม่านน้ำธรรมชาติแล้วยังสามารถชื่นชมพืชพรรณ ประเภทมอส ไลเคนและเฟิร์นแบบครบวงจร และร่องรอยอารยธรรมขอมยุคพุทธศตวรรษที่12 บริเวณถ้ำพระซึ่งตั้งอยู่บนปลายเส้นทาง นับเป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะสั้นที่มีจุดท่องเที่ยวครบถ้วน - ช่วงที่น้ำตกสวยงามที่สุดคือช่วงเดือนสิงหาคม ตุลาคม จะมีทุ่งดอกกระเจียวบริเวณเส้นทาง - ปลายฝนต้นหนาวบริเวณอุทยานจะมีทุ่งดอกไม้นานาชนิด อาทิ กระดุมเงิน กระดุมทอง เรือนมยุรา เอื้องหมายนา มณีเทวา สรัสจันทร์ ทิพย์เกสร
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 85 กม. บนเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักของจังหวัดที่สามารถท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ น้ำตกตาดโตน ด่านพรหมแดนไทย-ลาวช่องเม็ก แม่น้ำสองสี เดือนธันวาคม พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่เห็นความสวยงามของแก่งตะนะ บริเวณใกล้เคียงจะมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ม้าพื้นเมืองบ้านหนองชาด อ.สิรินธร โดย อ.ชูชาติ วารปรีดี โทร. 0-19558369 , 0-45243833
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ โทรศัพท์. 0-4540-6887- โทรสาร 0-4540-6888 email-reserve@dnp.go.th
น้ำตกห้วยหลวงหรือน้ำตกบักเตว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่กลางป่าสมบูรณ์ไหลตกจากหน้าผาสูง 45 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำสีเขียวมรกตที่มีหาดทรายขาวโอบล้อม ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และงดงามที่สุดของภาคอีสานตอนล่าง น้ำตกห้วยหลวงตั้งอยู่ที่อุทยานห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 130 กม. - ช่วงที่น้ำตกสวยงามที่สุดคือช่วงเดือนกรกฎาคม ตุลาคม - ปลายฝนต้นหนาวบริเวณอุทยานจะมีทุ่งดอกไม้นานาชนิด อาทิกล้วยไม้ป่า เอนอ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย โทร. 0455115156
ผามออีแดง เป็นหน้าผาสูง 500 เมตร ที่แบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และเป็นประตูสู่ปราสาทเขาพระวิหาร ณ หน้าผาแห่งนี้ นอกจากจะเป็นจุดชมทิวทัศน์แผ่นดินเขมรต่ำและเป็นจุดที่ปรากฏรอยภาพแกะสลักหินโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จนกลายเป็นแหล่ง Unseen Thailand แล้วในช่วงฤดูฝนจะปรากฏทะเลเมฆที่ไหลมาจากที่ราบแผ่นดินเขมรต่ำมาปะทะหน้าผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ไปเยือนผามออีแดงในฤดูนี้จะได้มีโอกาสอาบเมฆอย่างแสนประทับใจ
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากทั้งจังหวัดศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในระยะทางที่ใกล้เคียงกันคือ ประมาณ 98 กม.
ปรากฏการณ์ กุ้งเดินขบวน เกิดขึ้นที่แก่งลำดวน บริเวณสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี อ.น้ำยืน โดยจะเดินขบวนในช่วงกลางคืนหลังฝนตกหนักหรือสายน้ำในแก่งลำดวนมีความเชี่ยวกราก นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
แก่งลำดวน อยู่ห่างจากตัวอำเภอน้ำยืน 16 กม. และห่างจากตัวจังหวักประมาณ 160 กม. สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับน้ำตกห้วยหลวงได้สะดวก
หากเอ่ยถึงจังหวัดอุบลราชธานี หลายคนอาจจินตนาการหรือนึกภาพถึงงานแห่เทียนพรรษาอันยิ่งใหญ่ หรือดินแดนที่พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม ทว่ามากกว่าความเป็นจริงทั้ง 2 ข้อนี้ อุบลราชธานี ราชธานี แห่งเดียวในสยามหรือที่รู้จักกันดีในนาม เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย ยังสะสมความน่าสนใจไว้อีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมประเพณีที่ไม่เหมือนใครหรือความหลากหลายของเชื้อชาติประชากรที่สำคัญดินแดนแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งในประเทศ โดยเฉพาะหลักธรรมในสายวิปัสสนาธุระ ด้วยเหตุนี้ เทศกาลวันออกพรรษาที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานอุบลราชธานีพร้อมที่จะนำเสนอเส้นทางท่องธรรมะพร้อมๆ กับการเที่ยวชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่ผาแต้มขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทั้งอิ่มบุญและอิ่มใจไปพร้อมๆ กัน
การพบปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในแม่น้ำโขงบริเวณ อ.โขงเจียม มีการพบเห็นบั้งไฟพญานาคผุดขึ้นจากกลางแม่น้ำโขง 3 จุดคือ บ้านกุ่มจำนวน 2 ลูก บ้านท่าล้ง 22 ลูก และบ้านตามุย 24 ลูก โดยการมองเห็นบั้งไฟพญานาคจากกลางแม่น้ำโขงในจุดดังกล่าว พบเห็นครั้งแรกเมื่อช่วงออกพรรษาปี 2548 จึงเกิดเป็นเสียงร่ำลือ ในหมู่ชาวบ้านละแวกนั้น ในปีต่อมา อบต.ห้วยไผ่ จึงจัดพิสูจน์ความจริงโดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศนับหมื่นคนแห่เข้ามาร่วมชม และก็ได้พบเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติในปี 2549 และปี 2550 โดยในปี 2551 ซึ่งเป็นวันออกพรรษาจะตรงกับวันที่ 14 ตุลาคม อบต.ห้วยไผ่ ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน จัดระเบียบการเข้าชมให้เป็นระบบยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องสถานที่จอดรถ และที่พักของคนเดินทางมาชม ทำให้นักท่องเที่ยวที่มารอชมไม่ได้รับความสะดวก และจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากนับหมื่นคน ต้องมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยไม่ให้เกิดเหตุร้ายต่างๆแก่นักท่องเที่ยว จึงมีการเตรียมวางกำลังอาสาสมัคร อปพร. เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยเรือ นรข.จากสถานีเรือโขงเจียม เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคได้ทันท่วงที
ปรากฏว่าเกิดมีลูกไฟสีส้มผุดขึ้นจากกลางแม่น้ำโขงใกล้ บริเวณ ที่เรือของทหารเรือจอดลอยลำอยู่ โดยลูกไฟที่เห็นไม่ใช่ลักษณะของวัตถุที่ใช้แรงขับดัน และไม่ได้พุ่งขึ้นในวิถีโค้ง เมื่อหมดแรงแล้วตกกลับลงในแม่น้ำ แต่ลูกไฟได้พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าหายไปในความมืดของชั้นบรรยากาศ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอยืนยันว่าไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้นเพราะลูกไฟมีลักษณะการขึ้นสู่ท้องฟ้าเช่นเดียวกับลูกไฟพุ่งขึ้น
จากกลางแม่น้ำโขงช่วง จ.หนองคาย ซึ่งอยู่เหนือน้ำของ จ.อุบลราชธานี ส่วนการจัดดูบั้งไฟที่อำเภอโขงเจียม ไม่ใช่เป็นการประชันขันแข่งกับบั้งไฟพญานาค จ.หนองคาย แต่เป็นทางเลือกหนึ่งให้นักท่องเที่ยวที่เคยไปชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่ จ.หนองคาย และต้องการชมความมหัศจรรย์อีกครั้ง สามารถเปลี่ยนจุดชมมาที่อำเภอโขงเจียมก็ได้ รวมทั้งประชาชนที่อยู่ใกล้จังหวัดอุบลราชธานี ก็สามารถเดินทางมาเที่ยวชมในตอนเย็นแล้วกลับหลังปรากฏการณ์ผ่านพ้นไปแล้วในช่วงดึกก็ได้ ซึ่งปีนี้อำเภอมีการจัดทำป้ายบอกทางนักท่องเที่ยวเป็นระยะๆ รวมทั้งมีการจัดระบบรองรับปริมาณรถของนักท่องเที่ยวที่เข้าชมได้ไม่น้อยกว่า 2,000 คัน
อุบลราชธานีไกด์ | www.ubonguide.org
ดูแลและสร้างสรรค์โดย ครูโอ๊ต เว็บมาสเตอร์ บ้านออนซอน
ติดต่อเว็บมาสเตอร์
10 สิงหาคม 2551